เมื่อเดินทางโดยรถยนต์เข้าสู่พื้นที่ทางตอนเหนือของมณฑลส่านซี จะมองเห็นภูมิประเทศของที่ราบสูงดินเหลืองที่เต็มไปด้วยหุบเขาและร่องลึกทอดยาวไปทั่วบริเวณ
เมื่อหมอกยามเช้าจางลง ภูเขาเป่าถ่าค่อย ๆ ปรากฏชัดภายใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า ตลอดเส้นทางจากเมืองเหยียนอันมุ่งหน้าลงใต้ ร่องรอยประวัติศาสตร์การปฏิวัติและภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ปรากฏอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินทางตอนเหนือของมณฑลส่านซี
“ในปีนั้นหิมะตกหนักมาก หลังจากทหารกองทัพแดงเดินทางมาถึงที่นี่ พวกเขาปฏิบัติตามหลัก ‘วินัยสามข้อและข้อพึงระวังแปดประการ’ อย่างเคร่งครัด โดยไม่รบกวนประชาชน ชาวบ้านมองเห็นผู้นำรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังกล่าวปราศรัยท่ามกลางหิมะจากระยะไกล ก่อนจะทราบในภายหลังว่าบุคคลนั้นคือประธานเหมาเจ๋อตง” เจี่ย ชั่วเหวิน เลขาธิการสาขาพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำหมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อ กำลังเล่าเหตุการณ์ในอดีตท่ามกลางหิมะให้กลุ่มเยาวชนที่เดินทางมาศึกษาเรียนรู้ ณ สถานที่ประวัติศาสตร์การกล่าวปราศรัยท่ามกลางหิมะในหมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อ อำเภอกานเฉวียน
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1935 เหมาเจ๋อตงได้กล่าวถ้อยแถลงอันเป็นที่รู้จัก ณ หมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อ อำเภอกานเฉวียน ว่า “การเดินทัพทางไกลคือคำประกาศ คือคณะโฆษณาประชาสัมพันธ์ และคือเครื่องหว่านเมล็ดพันธุ์” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่มีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง

สถานที่ประวัติศาสตร์การกล่าวปราศรัยท่ามกลางหิมะในหมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อ (ภาพโดย ไป๋ เกอ ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
ปัจจุบัน พื้นที่ที่เคยเป็นสถานที่กล่าวปราศรัยอันหนักแน่นในอดีตได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายด้าน
“ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการสร้างถนน ปรับปรุงบ้านเรือน และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การปฏิวัติก็เริ่มเติบโตขึ้น” เจี่ย ชั่วเหวิน อธิบายว่า หมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อได้ใช้ประโยชน์จากสถานที่ประวัติศาสตร์การกล่าวปราศรัยท่ามกลางหิมะ โดยปรับปรุงบ้านถ้ำแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้ใช้งานจำนวน 33 ห้อง ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์การปฏิวัติ ซึ่งรวมบริการด้านการศึกษาและฝึกอบรม กิจกรรมศึกษาเรียนรู้ภาคปฏิบัติ ร้านอาหาร และที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ปัจจุบันรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาเรียนรู้และฝึกอบรมเฉลี่ยมากกว่า 20,000 คนต่อปี
คณะผู้เดินทางมาศึกษาเรียนรู้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ติดเข็มตราสมาชิกพรรค นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่สะพายกระเป๋านักเรียน ตลอดจนกลุ่มเยาวชนที่เดินทางมาโดยเฉพาะจากเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า พวกเขาเข้าชมสถานที่ประวัติศาสตร์เพื่อรับฟังเรื่องราวและเรียนรู้เหตุการณ์ในอดีต ไม่เพียงได้ทบทวนประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามเท่านั้น แต่ยังได้เห็นการสืบทอดจิตวิญญาณแห่งการเดินทัพทางไกลจากรุ่นสู่รุ่นในพื้นที่แห่งนี้
นอกจากการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การปฏิวัติจะช่วยดึงดูดผู้คนแล้ว หมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อยังสร้างรายได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ต่อเนื่องกันเป็นบริเวณกว้างตามพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้เศรษฐกิจส่วนรวมของหมู่บ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยประมาณ 8,400 หยวนต่อครัวเรือน ขณะเดียวกัน พื้นที่ใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ยังถูกนำมาใช้เพาะเห็ดหอม จนเกิดเป็นเขตอุตสาหกรรมเกษตรผสมผสานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครอบคลุมกระบวนการผลิตตั้งแต่การทำก้อนเชื้อเห็ด การเก็บรักษาความสด การอบแห้งและจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการบรรจุและจำหน่าย โดยมีกำลังการผลิตก้อนเชื้อเห็ด 600,000 ก้อนต่อปี

เห็ดหอมที่ชาวบ้านเพาะปลูกภายในเขตอุตสาหกรรมเกษตรผสมผสานพลังงานแสงอาทิตย์ (ภาพโดยศูนย์สื่อบูรณาการอำเภอกานเฉวียน)
“เห็ดหอมดอกลายที่เราปลูกถือเป็นเห็ดหอมคุณภาพชั้นเยี่ยม” เจี่ย ชั่วเหวิน เป็นผู้ริเริ่มทดลองเพาะเห็ดหอมในหมู่บ้านเป็นคนแรก โดยในปี ค.ศ. 2023 เขาอาสาเป็นผู้นำในการทดลองเพาะปลูก และเมื่อปีที่แล้วได้เพาะเห็ดหอมเพิ่มอีก 30,000 ก้อนเชื้อ สร้างรายได้สุทธิมากกว่า 60,000 หยวน “ผมจะเดินหน้าชักชวนทุกคนมาร่วมกันเพาะปลูกและสร้างรายได้ เพื่อให้เห็ดหอมดอกลายของหมู่บ้านเซี่ยงปี้จื่อเป็นที่รู้จักนอกพื้นที่ทางตอนเหนือของมณฑลส่านซี และกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่งคั่งให้แก่ชาวบ้าน”
เมื่อเดินทางเลียบแม่น้ำลั่วเหอขึ้นไปตามต้นน้ำ จะพบกับสายน้ำใสที่ไหลคดเคี้ยวผ่านพื้นที่ต่าง ๆ เชื่อมโยงสถานที่ประวัติศาสตร์การปฏิวัติเข้ากับอุตสาหกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน
พื้นที่เซี่ยซื่อวานในอำเภอกานเฉวียนเคยเป็นที่ตั้งของรัฐบาลโซเวียตเขตชายแดนส่านซี–กานซู่ ปัจจุบัน พื้นที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้กำลังใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประวัติศาสตร์การปฏิวัติและความได้เปรียบด้านระบบนิเวศ เพื่อพัฒนาธุรกิจที่พักแบบบ้านถ้ำ เกษตรกรรมในโรงเรือน และอุตสาหกรรมที่ผสมผสานการเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยว
เมื่อเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านเหยียนเจียโกว ตำบลเซี่ยซื่อวาน จะพบถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวและต้นไม้ให้ร่มเงาตลอดทาง บ้านถ้ำที่ได้รับการปรับปรุงเป็นที่พักโฮมสเตย์ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ลานบ้านสะอาดและกว้างขวาง พืชผักและผลไม้เจริญเติบโตได้ดี ขณะที่นักท่องเที่ยวเดินชมหมู่บ้านเป็นกลุ่มเล็ก ๆ สะท้อนบรรยากาศการใช้ชีวิตในชนบทที่ผสมผสานกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ที่พักโฮมสเตย์แบบบ้านถ้ำในหมู่บ้านเหยียนเจียโกว (ภาพโดย ไป๋ เกอ ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
“เรานำบ้านถ้ำเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมาปรับปรุงเป็นที่พักโฮมสเตย์และเปิดร้านอาหารพื้นบ้าน เมื่อนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเดินทางมา พวกเขาจะได้ฟังเรื่องราวการปฏิวัติในอดีต รับประทานอาหารพื้นบ้านต้นตำรับ และพักค้างคืนบนเตียงดินเผาแบบดั้งเดิมของภาคเหนือมณฑลส่านซี หลายคนบอกว่าไม่อยากกลับเลย” ไป๋ ลี่ซาน เลขาธิการสาขาพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำหมู่บ้าน ซึ่งเปิดกิจการโฮมสเตย์ที่บ้านของตนเองเช่นกัน กล่าวว่า ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ห้องพักในหมู่บ้านมักถูกจองเต็มล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว
ในปี ค.ศ. 2025 หมู่บ้านเหยียนเจียโกวมีรายได้ส่วนรวมของหมู่บ้านมากกว่า 700,000 หยวน และมีรายได้เฉลี่ยต่อคนประมาณ 21,000 หยวนต่อปี “เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ หมู่บ้านยังได้จัดตั้ง ‘โรงอาหารแห่งความสุข’ เพื่อให้บริการอาหารกลางวันและอาหารเย็นแก่ผู้สูงอายุ โดยจ่ายเพียง 3 หยวนก็สามารถรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ ได้ใกล้บ้าน” ไป๋ ลี่ซาน กล่าว
ในช่วงบ่าย เมื่อเดินชมภายในหมู่บ้าน แสงแดดฤดูใบไม้ร่วงส่องผ่านยอดไม้ให้ความอบอุ่น พร้อมกลิ่นหอมของผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ ภายในเขตสาธิตเกษตรกรรมผสมผสานขนาด 1,000 หมู่ของหมู่บ้านเหยียนเจียโกว มีองุ่น แตงกวาขนาดเล็ก และพืชผักผลไม้ชนิดต่าง ๆ ออกผลผลิตจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเก็บผลผลิตกำลังใช้กรรไกรตัดพวงองุ่นอย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของชาวบ้าน ขณะที่เด็ก ๆ ส่งเสียงหัวเราะระหว่างทำกิจกรรมท่ามกลางซุ้มเถาองุ่น
“สำหรับเด็ก ๆ ที่นี่ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ได้สนุกกับการเก็บผลไม้ด้วยตัวเอง แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราวการปฏิวัติ ถือเป็นกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครอบครัวที่มีประโยชน์มาก” คุณหวัง ซึ่งเดินทางมาจากเมืองซีอานและตั้งใจพาลูกมาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงสุดสัปดาห์ กล่าวว่า “ชนบทมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่มาเยือนก็มีสิ่งใหม่ ๆ ให้ประทับใจเสมอ”

นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมเก็บผลผลิตทางการเกษตรภายในเขตสาธิตเกษตรกรรมผสมผสานขนาด 1,000 หมู่ของหมู่บ้านเหยียนเจียโกว (ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์)
เมื่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่นเติบโตขึ้นและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เคยออกไปทำงานต่างถิ่นจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด และเริ่มประกอบอาชีพใหม่ในพื้นที่ของตนเอง
หลิว เจียง เกษตรกรผู้เพาะปลูกในหมู่บ้านเหยียนเจียโกว เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้ เมื่อ 7 ปีก่อน ขณะทำงานอยู่ต่างถิ่น เขาเห็นว่าเขตเกษตรกรรมในโรงเรือนของบ้านเกิดมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อทำเกษตรกรรมในโรงเรือน
“พืชผักและผลไม้ที่เราปลูกมีคุณภาพดี มีพ่อค้าเดินทางมารับซื้อถึงที่ และนักท่องเที่ยวก็เข้ามาเก็บผลผลิตในโรงเรือน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องช่องทางจำหน่าย” นอกจากดูแลโรงเรือนของตนเองแล้ว หลิว เจียง ยังช่วยชาวบ้านติดต่อผู้รับซื้อและรับฝากจำหน่ายพืชผักผลไม้ด้วย “โรงเรือนเพียงหลังเดียวสร้างรายได้ประมาณ 60,000 หยวนต่อปี ดีกว่าการออกไปทำงานต่างถิ่นมาก”
ความมั่นใจของหลิว เจียง สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมการพัฒนาอุตสาหกรรมของอำเภอกานเฉวียน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อำเภอกานเฉวียนได้อาศัยความได้เปรียบด้านทรัพยากรการเกษตรในการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ผัก ปศุสัตว์ และผลไม้ โดยส่งเสริมการปลูกผักในโรงเรือนตามพื้นที่หุบเขา การปลูกแอปเปิลบนพื้นที่ภูเขา และการเลี้ยงปศุสัตว์และสัตว์ปีกในพื้นที่หุบเขาสาขา ปัจจุบันมีพื้นที่เกษตรกรรมมาตรฐานสูงที่พัฒนาแล้ว 49,300 หมู่ พื้นที่เพาะปลูกธัญพืชคงที่อยู่ที่ 123,000 หมู่ และพื้นที่ปลูกแตงและผัก 35,000 หมู่ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ปลูกแอปเปิลบนภูเขา 43,000 หมู่ และฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ 115 แห่ง
ปัจจุบัน กิจกรรมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การปฏิวัติบนที่ราบสูงดินเหลืองกำลังได้รับความนิยม การเพาะเห็ดใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์เติบโตอย่างต่อเนื่อง พืชผักผลไม้ในโรงเรือนให้ผลผลิตจำนวนมาก และที่พักโฮมสเตย์แบบบ้านถ้ำเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ขณะที่แม่น้ำลั่วเหอยังคงไหลผ่านพื้นที่และภูเขาเป่าถ่ายังคงตั้งตระหง่าน จิตวิญญาณแห่งการเดินทัพทางไกลได้รับการสืบทอดและหยั่งรากลึกบนผืนแผ่นดินดินเหลืองแห่งนี้ พร้อมเติบโตไปกับการพัฒนาในยุคใหม่
(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online ไป๋ เกอ)
(บรรณาธิการ: เจี่ย ข่ายลู่, เติ้ง หนาน)
ที่มา People’s Daily Online